วันพฤหัสบดีที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

วันนี้ (9 ธ.ค.56) เมื่อเวลา 18.06 น. นายสุเทพ เทิอกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. อ่านคำแถลงการณ์ ที่เวทีนางเลิ้ง ระบุว่า ด้วยปรากฎข้อเท็จจริงชัดเจนว่าการบริหารราชการแผ่นดินโดยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี อันมีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ มีการใช้อำนาจภายใต้การครอบงำของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นักโทษในคดีอาญา ที่หลบหนีคดีที่ต่างประเทศ และใช้อำนาจเหนือรัฐบาลและรัฐสภา ซึ่งเป็นเพียงหุ่นที่ถูกเชิดให้ดำเนินการในเรื่องที่ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักการปกครอง ใช้อำนาจโดยเสียงข้างมากของส.ส.และส.ว. อันเป็นการละเมิดต่อรัฐธรรมนูญ และหลักการสำคัญของการปกครองของระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจในการปกครองประเทศ ด้วยการกระทำดังต่อไปนี้

1.การใช้อำนาจรัฐสภาภายใต้แกนนำพรรคเพื่อใทย ตกอยู่ภายใต้การครอบงำทางการเงิน เผด็จการเสียงข้างมาในสภา ไม่นำเสียงข้างมากของประชาชนมาตรวจสอบจนศาลวินิจฉัยว่า ไม่ชอบซึ่งรัฐธรรมนูญระหว่างรัฐสภา กับรัฐบาล โดยทรยศต่อประชาชน การกระทำการที่ไม่ชอบด้วยคุณธรรมมีการลงมติเสียงแทนกัน พูดสงวนความเห็นแปรญัตติ ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการทำลายหลักประชาธิปไตย และรัฐบาลเร่งนำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลกล่าวถวาย แต่กลับไม่รับฟังคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรม และทำให้ระคายเคืองเบื้องพยุคลบาท

2.สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นำโดยกลุ่มการเมืองเผด็จการเสียงข้างมาก ทำการผ่านร่างพรบ.นิรโทษฯ ให้แก่ผู้กระทำผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองและการแสดงออกทางการเมือง  ซึ่งตอนแรกแถลงว่าจะนิรโทษฯ เฉพาะผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่รวมผู้สั่งการ แต่ท้ายที่สุดกลับตระบัดสัตย์ รวบรัดแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าวเพื่อประโยชน์ตนและพวกพ้องโดยล้างผิดให้แก่ผู้กระทำผิดกฎหมายอาญาแผ่นดินที่เป็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ราชการหรือคอรัปชั่นรวมถึงการกระทำความผิดมหันตโทษ และนิรโทษกรรมย้อนหลังไปถึงปีพ.ศ. 2547 โดยมุ่งหมายที่จะให้ลบล้างการกระทำความผิด กรณีกรือเซะ ตากไบ และ การกระทำตามนโยบายในการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งการกระทำความผิดครั้งนั้นเป็นนโยบายของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งทำให้มีคนเสียชีวิต 2873 คน อันเป็นการไม่ชอบด้วยหลักนิติธรรมตามหลักรัฐธรรมนูญ ทั้งยังรวบรัดกลับมติเรื่องดังกล่าวในเวลา 04.30น. ซึ่งเป็นการทรยศต่อความไว้วางใจของประชาชน ซึ่งขาดความชอบธรรม และขัดต่อหลักการนิรโทษกรรมสากล และบทบัญญัติประชาธิไตยอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นการล้มล้างอำนาจของตุลาการและการตรวจสอบ ขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง 

3. รัฐบาลเพิกเฉยต่อการกระทำที่รุนแรงซึ่งเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายของกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาลเป็นเหตุใหนักศึกษารามคำแหงถึงแก่ความตาย ให้ตำรวจซึ่งเป็นกลไกของรัฐในการรักษาความสงบเรียบร้อยละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ปกป้องชีวิตของนักศึกษาผู้บริสุทธิ์ รู้เห็นเป็นใจให้มีการปิดล้อมนักศึกษา โดยไม่คำนึงความเรียบร้อย อีกทั้งรัฐบาลเลือกปติบัติกรณีที่คนฝ่ายตนได้รับความเสียหายจากเหตุจราจลในปีพ.ศ. 2553 ให้มีสิทธิพิเศษเหนือกว่าผู้เสียหายทั่วไป โดยได้รับการเยียวยา เหนือกว่า ทหาร ตำรวจ ที่ปฎิบัติหน้าที่ให้การประเทศชาติต่อ ทั้งที่คนเหล่านั้นก่อเหตุร้ายแรง เพียงเพื่อหวังผลทางการเมือง เพื่อให้ตนได้อำนาจรัฐ


4.รัฐบาล และรัฐสภา ที่นำโดยกลุ่มเผด็จการเสียงข้างมากกระทำการทั้งตรงและอ้อมสร้างความแตกแยกในสังคมไทยอย่างรุนแรง ยุยง หลอกลวงประชาชน เพื่อให้กระด้างกระเดื่องต่อกฎหมายแผ่นดินใช้กำลังมวลชนข่มขู่ และใช้ความรุนแรงต่อประชาชน และผู้ปฎิบัติหน้าที่ในองกรค์ตุลาการแต่รัฐบาลก็ไม่ดำเนินการใดๆ ในขณะที่ผู้ชุมนุมที่ไม่เห็นด้วยกับฝ่ายรัฐบาล กลับถูกกฎหมายเล่นงานอย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นการกระทำ 2 มาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด เช่นเดียกวับที่รัฐบาลเรียบร้องให้ผู้ชุมนุมโดยสงบเคารพรัฐธรรมนูญและกฎหมายท้ังที่ตนเป็นผู้ฉีกรัฐธรรมนูญก่อนผู้อื่น อันเป็นการกระทำที่ยิ่งกว่ามือถือสากปากถือศีล 

5.รัฐบาลใช้อำนาจในการบริหารแผ่นดินเล่นพรรคเล่นพวกข่มเหงข้าราชการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการของรัฐที่ทำหน้าที่ปฎิบัติหน้าที่สุจริต โดยไม่เป็นธรรม แต่งตั้งคนที่ไร้ความสามารถมาดำรงตำแหน่งระดับสูง เข้ามาบริหารราชการ เพื่อรับใช้พ.ต.ท.ทักษิณ เจ้าของตัวจริงของรัฐบาลจนทำให้เกิดความเสียหาย นำระบบราชการถอยหลังไปสู่ระบบอุปถัมภ์แบบโบราณ 

6.รัฐบาลกระทำการทุจริตมิชอบในวงราชการ-หน่วยงานของรัฐอย่างกว้างขวาง ใช้นโยบายประชานิยมที่ก่อให้เกิดทุจริตเชิงนโยบาย นำมาซึ่งความเสียหายของชาติและประชาชนในด้านเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ทำให้ระบบการเงินการคลังและงบประมาณได้รับความเสียหายมีการก่อหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นจำนวนมาก และทำให้ความสารถในการแข่งขันของประเทศลดลง เช่น โครงการจำนำข้าวเสียหายหลายแสนล้านบาท โครงการจัดการน้ำที่มีการส่อคอรัปชั่นเชิงนโยบาย การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งมีแนวโน้มสู่การทุจริตและการล้มเหลวของโครงการ ซึ่งผู้ได้รับประโยชน์สูงสุดคือ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว 

ดังนั้นกปปส. ไม่อาจยินยอมได้ที่มีการใช้เผด็จการเสียงข้างมาก จึงขอประกาศว่า ประชาชนที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย อาศัยอำนาจของประชาชนตามมาตรา 3 ซึ่งบัญญัติหลักการว่าอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย ใช้สิทธิ์เรียกคืนอำนาจอธิปไตยจากกลุ่มการเมือง เพื่ออภิวัฒน์ประเทศไทยให้พ้นจากการทุจริตคอรัปชั่นและให้ดำเนินการเมืองเพื่อความเป็นธรรมอย่างแท้จริงทุกภาคส่วน

คณะกรรมการกปปส.ขอประกาศยืนยันแทนมวลมหาประชาชน ว่า พวกตนทั้งหลายมีความจงรักภักดีและขอพิทักษ์ราชบัลลังก์ด้วยชีวิต อนึ่ง กปปส.จะยึดมั่นในพันธกรณีระหว่างประเทศ รักษาความสัมพันธ์กับองค์กรระหว่างประเทศทุกประการ และขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทั้งหลาย  เพื่ออนุชนรุ่นหลังต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 9 ธันวาคม 2556 ลงชื่อ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น